กลับ
เมนู

    ผู้ประสบความสำเร็จ

  • คุณประวีณร์ ปัญญวรรณศิริผู้ประสบความสำเร็จกับคังเซน
  • คุณประวีณร์ ปัญญวรรณศิริ

    ผม ประวีณ  ปัญญวรรณศิริ  อายุ 45 ปี สำเร็จการศึกษานิติศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เริ่มรับราชการตั้งแต่อายุ 25 ปี สังกัดกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง นิติกร 8 ว กองบังคับคดีล้มละลาย 5 กรมบังคับคดี ผมเป็นบุตรคนโตในจำนวนพี่น้อง 3 คน ของครอบครัวที่ทั้งพ่อ และแม่รับราชการ ความเป็นอยู่สมัยเด็กค่อนข้างลำบาก ผมไม่เคยคิดว่าต้องร่ำรวยเงินทอง เพียงแต่ขอให้พออยู่ได้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีในสังคม  คิดอย่างเดียวว่าต้องเรียนให้เก่ง ผมจึงจะมีสิทธิ์เลือกงานที่ทำได้ และก็เป็นจริง ผมเลือกงานราชการตามที่พ่อแม่ผมทำ ผมสอบบรรจุเข้ารับราชการทั้งที่รู้ว่าเงินเดือนเริ่มต้นที่ 3,550 บาท
    จนกระทั่งปี พ.ศ.2542 เมื่อครั้งผมดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครราชสีมา ผมได้รู้จัก CSD  สมหมาย  จึงตระกูล เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี 5 ผู้ใต้บังคับบัญชาของผม แนะนำให้รู้จัก บริษัท คังเซน  - เคนโก พอผมรู้ว่าเป็นขายตรงก็ปฏิเสธทันที น่าแปลกที่คุณสมหมายขณะนั้นเธอมีรายได้ 10,000 บาทเศษ แต่เธอไม่เคยเสนอขายสินค้าให้ผม เวลาผ่านไป 2 ปีเศษ คุณสมหมายมีรายได้เพิ่มขึ้น ผมมีโอกาสตามไปดูวิธีทำงานของเธอ เพียงแต่ปิดการขายให้กับคนที่สนในที่มีผู้บอกต่อกันมา 
    ผมสมัครทำธุรกิจคังเซน  เคนโก เมื่อปี พ.ศ.2545 ตัดสินใจมาศึกษาแผนการตลาด ศึกษาสินค้าที่ทำตลาด ดูวิสัยทัศน์ผู้บริหารบริษัท ก็พบว่าแผนการธุรกิจของคังเซนฯ จ่ายผลประโยชน์ให้สมาชิกถึง 85% บริษัทขอแค่ 15% ผมเห็นว่าเป็นการจ่ายผลประโยชน์ที่เป็นธรรม  ผมจึงพัฒนาตัวเองเข้าสู่ธุรกิจคังเซน  เคนโก ตั้งใจใช้เวลาหลังเลิกงาน วันจันทร์ - ศุกร์  วันละ 1-2 ชั่วโมง วันเสาร์ - อาทิตย์ วันละ 8-10 ชั่วโมง   จนกระทั่งเดือนสิงหาคม 2546 ผมขึ้นตำแหน่ง SM มีรายได้ 4,000 บาทเศษ เงินจำนวนนี้ไม่มากแต่มันทำให้ผมมีความทะเยอทะยานที่อยากสำเร็จ ผมพัฒนาบุคลิกภาพ เรียนรู้ที่จะพูด เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตในสังคมแบบคนทำธุรกิจขายตรง  ในปีต่อมา ผมขึ้นตำแหน่ง PSM มีรายได้หลักหมื่น
    จนกระทั่งปี พ.ศ.2548 ผมขึ้นตำแหน่ง ESD มีรายได้เรือนแสนบาทต่อเดือน มาถึงตรงนี้ผมได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรของบริษัทฯ ผมมีโอกาสนำพาธุรกิจคังเซนฯ ไปบอกต่อให้ผู้อื่นได้รับรู้  มีความเข้าใจที่ดี มีหลายคนที่เปลี่ยนความคิดชีวิตจึงเปลี่ยน ที่สำคัญ นับตั้งแต่นั้นมาผมกลับมีความสุขอย่างไม่น่าเชื่อในงานที่ทำ  ความสุขกลับไม่ใช่เงิน แต่การเป็นที่ยอมรับการได้ทำดีต่างหาก แท้จริงการเปลี่ยนความคิดก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรมากมายเพียงแค่ยอมรับว่าธุรกิจขายตรงคืออาชีพหนึ่งที่สุจริต มีความสุขในการทำงานได้  จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ.2549 ผมขึ้นตำแหน่ง DSD และเมื่อเดือนมิถุนายน 2550 ผมขึ้นตำแหน่ง CSD มีรายได้กว่า 200,000 ต่อเดือน
    วันนี้ผมมีบ้านเดี่ยว 1 หลัง ทาวน์เฮาส์ 1 หลัง ราคากว่า 2,500,000 บาท มีรถยนต์ Mercedes-Benz  E-class (E 200 NGT) ราคา 3,700,000 บาท ผมมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศกับบริษัทคังเซน - เคนโก หลายครั้ง นี่แหละที่เรียกว่าโอกาสของคนที่ไม่มีทุน ไม่มีเวลาสำหรับข้าราชการอย่างผม ผมจะไม่ชวนใครให้ทำธุรกิจคังเซนฯ เพื่อจะได้มี ได้เป็นอย่างผม ผมจะไม่ยัดเยียดธุรกิจคังเซนฯ ให้เป็นอาชีพสุดท้ายในชีวิตของใคร แต่ผมจะขอบอกวิธีคิด วิธีทำ กล้าที่จะคิด กล้าที่เปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น
    คังเซนฯ เป็นโอกาสของคนทุกคน การใช้สินค้าดีแล้วบอกต่อ เป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่ทำรายได้ขนาดนี้ ฟังดูอาจจะเป็นเรื่องล้อเล่น แต่ถ้าศึกษาถึงแผนการตลาด รายจ่ายค่าภาษีของผู้สำเร็จในคังเซนฯ บางคนซึ่งมากกว่างบประมาณแผ่นดินที่ต้องมาจ่ายเป็นเงินเดือนข้าราชการอย่างผมเสียอีก ผมจึงคิดว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ดี ผมจะมามัวทำเล่นๆ ทำไม ผมต้องทำอย่างจริงจัง แม้ผมจะใช้เวลาไตร่ตรองถึง 2 ปีเศษ กว่าจะลงมือทำ ก็เพราะรู้มาก คิดมาก กลัวถูกหลอก แต่ผมก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่ทำ ไม่เห็นเป็นโอกาส ผมพูดได้เต็มปากว่าคังเซน  เคนโกฯ คือ โอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับชีวิตผม
     

    คติพจน์

    อยากสำเร็จต้องวิ่งเข้าหาโอกาส