กลับ
เมนู

    ผู้ประสบความสำเร็จ

  • คุณพิพัฒน์พงษ์  วิเศษวงษากูลผู้ประสบความสำเร็จกับคังเซน
  • คุณพิพัฒน์พงษ์ วิเศษวงษากูล

    ผมเป็นคนหนึ่งที่หลายคนมองว่าไม่น่าจะประสบความสำเร็จในธุรกิจได้นี้เลย  ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกภาพ   วัยวุฒิ  ทุนทรัพย์ หรือการสนับสนุนจากคนในครอบครัว  แต่ผมก็สามารถพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า  คนอย่างผมก็ทำได้  
     
    ประวัติก่อนเข้ามาดำเนินธุรกิจขายตรง
    ผมเป็นคนสุรินทร์โดยกำเนิด เกิดมาในครอบครัวที่มีอาชีพทำนา   มีที่นาทำกินเพียง 8 ไร่  ทำนาได้เพียงปีละ 1 ครั้ง ซึ่งธรรมชาติเป็นตัวกำหนดชะตากรรม   และนี่ก็คืออาชีพที่เป็นรายได้หลักของครอบครัว   แต่ครอบครัวผมถึงแม้จะยากจนแต่พวกเราก็มีความสุขตามอัตภาพและไม่เคยท้อแท้หรือยอมแพ้ต่อซะตากรรม    ในวัยเด็กพ่อแม่สอนผมเสมอว่า  ต้องตั้งใจเรียน  เรียนให้สูงๆ   จบมาจะได้มีงานดีๆทำ  ผมและครอบครัวจะได้ไม่ลำบาก พ่อแม่อยากให้ผมเป็นข้าราชการมาก พร้อมจะยอมเป็นหนี้สินเพื่อให้ผมได้เรียนหนังสือ  ขอแค่ให้ผมตั้งใจเรียนก็พอ   ดังนั้นผมจึงกลายเป็นความหวังของครอบครัว ถึงแม้จะเรียนไม่เก่งมากนัก ผมมุ่งมั่น ตั้งใจเรียนหนังสือจนในที่สุดก็ทำให้ครอบครัวมีความสุขและมีความหวัง เมื่อผมสามารถสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงได้คือมหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะศึกษาศาสตร์ ได้ เส้นทางสู่ธุรกิจขายตรงตอนเรียนมหาวิทยาลัยผมก็ใช้ชีวิตเหมือนนักศึกษาคนอื่น ๆ และตอนเรียนอยู่ปี 4   DSD เฉลิมเกียรติ จงรวมกลาง มาชวนทำธุรกิจคังเซนหลายครั้งแต่เราก็ปฏิเสธไป   เพราะกลัวเสียการเรียนและไม่ชอบธุรกิจแบบนี้   อีกทั้งไม่คิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติอะไรเหมาะสม  ที่จะทำแล้วประสบความสำเร็จได้เลยในช่วงใกล้เรียนจบสิ่งที่ทำให้เรากังวลมากที่สุดคือ เราจะเลือกทางเดินไหนให้กับชีวิต  เราจะทำงานอะไรให้มีรายได้มากพอใช้หนี้สิน   ส่งเสียน้องชายเรียน  ให้พ่อแม่สบายไม่ต้องลำบากเหมือนที่ตั้งใจไว้   ภาระ หน้าที่ และความฝันที่เรามีมันช่างมากมายนัก เมื่อคำนวณแล้วเราต้องมีรายได้อย่างน้อย  30,000 บาท/เดือนถึงจะเพียงพอ     ถ้าหากต้องไปทำงานประจำแล้วเงินเดือนไม่ถึงหมื่น ครอบครัวจะต้องลำบากแน่นอน วันหนึ่ง มีรุ่นน้องที่รู้จักกันได้ไปร่วมงานฉลองครบรอบ 10 ปีคังเซน  มาชวนทำธุรกิจคังเซนอีกครั้ง น้องคนนั้นเล่าถึงบรรยากาศความยิ่งใหญ่ ความสนุกสนาน ต่างๆ นานา   แต่ด้วยเพิ่งสมัครใหม่จึงอธิบายธุรกิจได้ไม่เข้าใจมากนัก  จึงโทรหาคุณเฉลิมเกียรติอีกครั้ง เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และทำให้รู้ว่าคุณเฉลิมเกียรติเองก็มีรายได้ มากกว่า 30,000 บาท/เดือน  ทั้งๆที่ยังเรียนไม่จบ  จึงทำให้ผมสนใจคังเซนขึ้นมาทันที และตัดสินใจว่าจะทำธุรกิจนี้แน่นอนเพราะสามารถตอบโจทย์เรื่องรายได้แก่เราได้ แต่ค่าสมัคร500 บาท คืออุปสรรคด่านแรกที่ถือว่าเป็นปัญหามากพอสมควรสำหรับผม ต้องใช้เวลารวบรวมอยู่หลายสัปดาห์ เมื่อเริ่มศึกษาธุรกิจจึงได้รู้ว่าคังเซนเป็นธุรกิจที่ดีมาก หากเราทำสำเร็จได้ เราสามารถมีรายได้แบบไม่มีขีดจำกัด   สามารถมีอิสระทั้งด้านการเงินและเวลา เกษียนการทำงานได้เร็วขึ้น คงไม่มีอาชีพไหน ที่ทำได้เช่นนี้  จึงตั้งเป้าหมายว่าจะลองตั้งใจอย่างที่สัก 1 ปี  หากไม่ประสบผลสำเร็จค่อยไปหางานประจำทำก็ได้   การตัดสินครั้งสำคัญนี้ ไม่มีใครเห็นด้วยไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆ หรือครอบครัว เมื่อสมัครเป็นนักธุรกิจคังเซนแล้ว ในช่วงแรกผมก็ไม่เคยขายสินค้าได้เลย  เพราะผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ เป็นผลิตภัณฑ์ทางด้านความสวย ความงาม   ซึ่งตรงข้ามกับบุคลิกภาพเรา  ดังนั้นกฎข้อห้ามสำคัญจากแม่ทีมคืออย่าพยายามเสนอขายสินค้าเด็ดขาด   หากทำผู้มุ่งหวังจะปฏิเสธเรา   และอาจจะส่งผลให้ผมท้อและเลิกทำในที่สุด   แม่ทีมจึงเน้นให้ผมพูดแผนการตลาด เพื่อชวนคนมาร่วมธุรกิจเพียงอย่างเดียว ห้าเดือนแรกในการทำธุรกิจ   มีการวางแผนทำงานอย่างมีระบบ ออกทำงานอย่างจริงจังกับแม่ทีม ตื่นแต่เช้า เข้านอนดึก ทำให้มีสายงานร่วม 100 คน  มียอดกลุ่มสะสมไม่ถึง 30,000 คะแนน    ไม่เคยมีรายได้  เพราะไม่เคยมีเดือนไหนเลยที่เราจะปิดยอดส่วนตัวได้       นั่นก็คงเป็นเพราะเราไม่สามารถให้ความรู้เรื่องสินค้าแก่ทีมงาน   ผมเองไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ ความท้อแท้เริ่มเกิดขึ้น  พ่อแม่สั่งให้เลิกทำคังเซนอย่างเด็ดขาด  ความเป็นอยู่ลำบากมาก ไม่มีค่าโทรศัพท์ ไม่ค่าเดินทาง ไม่มีเงินกินข้าว ไม่มีแม้ที่พักยังต้องอาศัยหอพักของรุ่นน้องอยู่   แต่ถึงแม้จะท้อแท้อย่างไรผมก็ไม่เคยคิดที่จะเลิกทำคังเซน  ผมไม่สามารถทิ้งลูกทีมร่วมร้อยที่ชวนมา ได้  และที่สำคัญเราจะไม่ทรยศต่อเป้าหมายที่เรากำหนดไว้ว่าจะลองทำคังเซนให้ครบ 1ปี  เพียงในตอนนั้นผมคิดว่าคงต้องหางานประจำทำควบคู่กันไปเพื่อให้มีรายได้เข้ามาบ้าง    ระหว่างนั้น CSD พีรศักดิ์ เรืองจิต ได้โทรมาหาและให้กำลังใจ บอกว่าเราคะแนนสะสมที่เราทำมาใกล้จะสำเร็จแล้ว เรามาเกินครึ่งทางแล้ว ให้ลองทำอย่างเต็มที่อีกสักเดือนหนึ่ง เราสำเร็จได้อย่างแน่นอน เมื่อมีผู้ที่ประสบความสำเร็จมาให้กำลังใจ ผมก็มีกำลังใจมากขึ้น ถึงแม้คนๆนั้นจะไม่เคยเจอหน้ากันเลยก็ตาม    ผมกลับมาวางแผนการทำงานร่วมกับแม่ทีม  รวมทั้งทบทวนถึงวิธีการทำงานที่ผ่านมา  ว่ามีข้อบกพร่องในเรื่องใดบ้าง   ต้องเรียนรู้เรื่องใดเพิ่มเติมบ้าง ภายในเดือนนั้นเดือนเดียวสามารถทำยอดกลุ่มส่วนตัวได้ 32,800 พีวี สามารถขึ้นตำแหน่ง SM สำเร็จ รายได้ 7,000 บาท เป็นรายได้ครั้งแรกจากการทำธุรกิจ และหลังจากเรียนจบมา 6 เดือน  ผมดีใจมากโทรไปบอกพ่อแม่   หารู้ไม่ว่าข่าวดีของผมกลับเป็นข่าวร้ายที่ทำให้ท่านเสียใจที่สุด  เพราะท่านคิดว่าผมเลิกทำคังเซนไปแล้ว แต่ก็ไม่เป็นไร   ผมจะต้องพิสูจน์ให้ท่านเห็นให้ได้ว่า   ผมคิดไม่ผิดที่เลือกเส้นทางเดินกับคังเซน    ดังนั้นผมจะต้องประสบความสำเร็จให้จงได้    เพื่อทุกคนในครอบครัวจะมีความสุขสบาย   
    รางวัลและรายได้ที่ได้รับจากธุรกิจคังเซนฯ
    ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและมีเป้าหมายชัดเจน    ทำให้ผมสามารถก้าวข้ามผ่านปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน  ทำให้ผมมีความสำเร็จได้ ตามลำดับ
    ปีที่ 2  (2548) ขึ้นตำแหน่ง  PSM มีรายได้ 30,000 บาท/เดือน
    ปีที่ 3  (2549)  มีรายได้ 60,000 บาท/เดือน  ซื้อรถยนต์MAZDA 3  มูลค่า 850,000 บาท
    ปีที่ 4  (2550)  ขึ้นต่ำแหน่ง ESD มีรายได้ มากกว่า 100,000 บาท/เดือน   ซื้อบ้านหนึ่งหลังมูลค่า 1,500,000 บาท 
    ปีที่ 5  (2551)  มีรายได้ มากกว่า 150,000 บาท/เดือน  สร้างบ้านให้พ่อแม่ มูลค่า 2,000,000บาท ซื้อรถยนต์คันใหม่TOYOTA CAMRY มูลค่า 1,290,000 บาท
    ปีที่ 6  (2552)  ขึ้นตำแหน่ง DSD มีรายได้ 200,000 บาท/เดือน ซื้อที่ดิน มูลค่า 1,500,000บาท
    ปีที่ 7  (2553)  ขึ้นต่ำแหน่ง CSD  ซื้อทาวน์โฮม มูลค่า 2,500,000 บาท
    นอกจากรายได้หักแสน/เดือนที่ทำให้เลี้ยงดูครอบครัวให้สุขสบายขึ้นแล้ว  คังเซน ยังมีกองทุนท่องเที่ยวให้ได้ไปเที่ยวยังต่างประเทศในทุกๆปี     ตอนนี้ธุรกิจคังเซนทำให้ชีวิตของผมมาไกลกว่าที่ฝันไว้มาก  และสิ่งที่ผมภาคภูมิใจมากที่สุดคือ น้องๆ ในสายงานซึ่งบางคนเป็นยังนักศึกษา บางคนเพิ่งเรียนจบ จำนวนหลายสิบคนให้มีรายได้หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท/เดือน  พ่อแม่ คนรอบข้าง ที่เคยไม่เห็นด้วย  ก็เปลี่ยนมายอมรับเรา
    ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จ
    1.เชื่อมั่นและศรัทธา ในสิ่งที่ทำอยู่
    2.ศึกษา เรียนรู้ ให้แตกฉาน
    3.ลงมือ ลงแรง ปฏิบัติงาน
    4.ทำให้นาน ทำให้ทน จนเป็น...คราวน์
    ฝากข้อคิด
    ผมเป็นคนหนึ่งที่หลายคนมองว่าไม่น่าจะประสบความสำเร็จในธุรกิจได้นี้เลย  ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกภาพ   วัยวุฒิ  ทุนทรัพย์ หรือการสนับสนุนจากคนในครอบครัว  แต่ผมก็สามารถพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า  คนอย่างผมก็ทำได้  ใครจะดูถูกเรา   ก็เป็นสิทธิ์ของเขา ขอแค่เราไม่ดูถูกตัวเราเองก็พอ   หลายๆ คน ที่ ไม่ประสบความสำเร็จนั้น อาจเป็นเพราะ   ทำคังเซนเพราะไม่มีทางเลือก แต่สำหรับผมทำแล้ว เลือกที่จะทำธุรกิจคังเชนให้โอกาสทุกคนเท่ากัน  ขึ้นอยู่กับว่าคุณว่าจะเลือกรับหรือปฏิเสธ    หากคุณเลือกแล้วก็ขอให้รักและตั้งใจทำอย่างเต็มที่  คังเซนมี เส้นชัย ให้ทุกคนแน่นอน เพียงแต่ก่อนจะถึงเส้นชัยนั้นอย่าหยุดเสียก่อน     อาจจะวิ่งบ้าง เดินบ้าง พักบ้าง ก็ไม่เป็นไร สักวันเราก็คงไปถึงตำแหน่งอันทรงเกียรติสูงสุด    คราวน์สตาร์  ไดเร็กเตอร์ กันทุกๆ คน
     

    คติพจน์

     
    ไม่มีงานไหนเหมาะสมกับเรา