กลับ
เมนู

    ผู้ประสบความสำเร็จ

  • คุณนันทิชา - คุณสินชาย คุ้มศรีวงษ์ผู้ประสบความสำเร็จกับคังเซน
  • คุณนันทิชา - คุณสินชาย คุ้มศรีวงษ์

    ธุรกิจเครือข่ายไม่จำเป็นต้องมีความรู้หรือมีประสบการณ์ เรามีโรงเรียนสอนให้ ไม่จำเป็นต้องมีเงินลงทุนมากมาย ไม่จำเป็นต้องจบการศึกษาสูงๆ ไม่ต้องเช่าที่ ไม่ต้องมีทำเล สามารถทำได้ทุกที่ ธุรกิจเครือข่ายต้องการแค่แรงกดดันหรือแรงบันดาลใจสู่ความสำเร็จ การศึกษาเรียนรู้ที่สัมฤทธิ์ผลอย่างแท้จริง คือ การไม่ปฏิเสธห้องประชุม,การลงมืออย่างต่อเนื่อง และถูกต้อง ภายใต้คำแนะนำของอัพไลน์  และที่สำคัญที่สุด ต้องอดทนรอคอยความสำเร็จได้
    ก่อนเข้าสู่ธุรกิจคังเซนฯ
    ดิฉันเกิดในครอบครัวที่ อบอุ่น ครอบครัวเรามีพ่อแม่และพี่น้อง 3 คน ด้วยความที่พ่อแม่ไม่มีความรู้ จึงประกอบอาชีพทำนา,รับจ้าง และอาชีพยาม แต่ไม่ว่าท่านทั้งสองจะทำอาชีพใดก็ตาม ท่านก็ส่งเสียเลี้ยงดูดิฉันและน้องๆ ให้ได้เรียนหนังสือ เราภาคภูมิใจมากและตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำเมื่อใครถามว่าพ่อทำอาชีพอะไร แม้จะเป็นอาชีพยามที่เงินเดือนเพียง 1,500 บาท แต่พ่อเลี้ยงดูลูกๆ ทั้ง 3 คนอย่างไม่เคยปริปากบ่น แม่เองก็หารายได้ด้วยการรับจ้างทำงานเล็กๆน้อยๆ ช่วยจุนเจือกันในครอบครัวท่านเลี้ยงดูพวกเรามาเป็นอย่างดี พวกเราต้องขอบพระคุณท่านมากๆ ดิฉันไม่เคยโกรธท่านทั้งสองเลยที่เราอยากได้อะไรแล้วไม่เคยได้ ท่านไม่ให้แล้วก็ไม่เคยรู้เหตุผลด้วย และท่านก็ไม่เคยบ่นหรือบอกปัญหาให้ลูกๆ รู้ ท่านพยายามพร่ำสอนให้พวกเราตั้งใจเรียน และส่งเสียให้พวกเราได้เรียนหนังสือจะได้ไม่ต้องลำบากเหมือนท่าน
    จนถึงวันที่ดิฉันเรียนจบ ปวส. เป็นช่วงที่เราอยากศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีมาก เพราะเพื่อนๆ ต่างก็มีจุดมุ่งหมายที่จะศึกษาต่อ แต่เราเองก็มีน้องสาวที่เรียนเก่งและมีน้องชายที่รักอีกคน ทำให้คิดว่าไม่เป็นไรหางานทำไปและเรียนไปด้วยดีกว่าจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระให้ กับพ่อแม่ แต่หลังจากทำงานมา 2 ปี ก็เปลี่ยนงานบ่อยมากถึง 5 ครั้งด้วยกัน เพราะงานที่ทำอยู่ไม่ได้ทำให้เราก้าวหน้าหรือสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว กระทั่งปี 2540 ได้ทำงานในบริษัท CPAC บริษัทในเครือปูนซีเมนต์ไทย บริษัทที่ดิฉันภาคภูมิใจและใฝ่ฝันจะได้ร่วมงานมานาน
     
    เข้าสู่ธุรกิจขายตรง
    ก่อนหน้านี้ดิฉันเคยทำ ธุรกิจขายตรงกับบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ และเกิดความคิดลบมาโดยตลอดว่าตนเองทำไม่ได้และไม่ใช่หนทางสู่ความสำเร็จ แต่เมื่อพบธุรกิจคังเซนฯ ดิฉันเริ่มเข้ามาเพราะประทับใจในผลิตภัณฑ์ เห็นเพื่อนใช้แล้วสวย อยากสวยเหมือนเพื่อนบ้าง ขอขอบคุณ คุณวิภานันท์ กิตติเจริญเกียรติ ที่ทำให้ดิฉันให้รู้จักกับธุรกิจคังเซนฯ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว แรกๆ ก็ไม่แน่ใจเพราะไม่เคยได้ยินชื่อ เพื่อนบอกว่าขอใช้สินค้าสัก 3 เดือนก่อนแล้วเธอค่อยใช้ แต่ผ่านไปเพียง 2 เดือนเราเห็นเพื่อนหน้าสวยมากก็ไม่รีรอให้ถึงเดือนที่ 3 โดยเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกเองโดยไม่คิดที่จะทำเป็นธุรกิจเพราะเห็นว่างาน ประจำที่ทำอยู่ก็มั่นคงอยู่แล้วดิฉันใช้สินค้าคังเซนฯ ย่างเข้าสู่ปีที่ 2 ก็คิดว่าจะเลิกใช้เพราะรู้สึกยังไม่ทับใจ เนื่องจากไม่มีคนแนะนำและติดตามดูแลผลให้ กะว่าจะไปซื้อครีมรีเฟรชชิ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเลิกใช้ และวันนั้นเองที่ดิฉันได้พบกับ CSD สมหมาย-เกียรติ จึงตระกูล ที่สาขานครราชสีมา ท่านถามเราว่าเป็นลูกทีมใคร และขอดูรายชื่อของดิฉันในระบบออนไลน์จึงได้รู้ว่าดิฉันเป็นหลานทีมของท่านใน ชั้นที่ 6 จากนั้นท่านก็อธิบายแผนการตลาดให้ฟัง เราก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไรเพราะในใจไม่คิดอยากทำเป็นธุรกิจ แต่สนใจในคำแนะนำวิธีใช้ผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง เพราะท่านถามเราว่าใช้อะไรบ้าง เราก็บอกไปว่าใช้ รีเฟรชชิ่งครีม, เพิร์ล, แอพริคอท และสบู่ ดร.คู จากนั้นท่านก็อธิบายวิธีใช้อย่างละเอียด โดยไม่บอกให้ดิฉันซื้อสินค้าเพิ่ม ผ่านไป 2 สัปดาห์ ผิวพรรณบนใบหน้าของดิฉันเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด คนรอบข้างและเพื่อนๆที่ทำงานฝากซื้อสินค้าหมื่นกว่าบาท ทำให้ดิฉันมีเงินโบนัสจากคังเซนฯ ครั้งแรกในรอบ 2 ปี เป็นเงิน 523 บาทพอมีเงินเข้ามาในบัญชีทำให้ความคิดเราเปลี่ยนไป เริ่มมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ จึงแนะนำเพื่อนที่ทำงานสมัครเป็นสมาชิก ยอมรับว่าตนเองยังทำธุรกิจคังเซนฯ แบบไม่เต็มที่นักในช่วงแรก เพราะมุ่งความสนใจไปที่เรื่องเรียนและงานประจำที่ทำมากกว่า และเมื่อเราสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ก็มีเป้าหมายที่จะเรียนระดับปริญญาโทต่อเพราะอยากให้มีความก้าวหน้ามากขึ้น ในอาชีพที่ทำอยู่ แต่ระหว่างเรียนนั้นลูกทีมที่เราแนะนำต่างทำธุรกิจคังเซนฯ อย่างจริงจังจนมีรายได้หลายหมื่นต่อเดือน รายได้แซงหน้าเราที่มีเพียงหลักพัน แถมปริญญาโทที่เรียนยังต้องกู้เงินและอาศัยนั่งรถเพื่อนไปเรียนด้วย ทำให้เกิดความสับสนและคิดใหม่ บวกกับได้แรงบันดาลใจจากลูกทีมแม่สมหมายคนหนึ่งที่กล่าวว่า ถ้าเรามี เงินจะเรียนเมื่อไรก็ได้ จึงเริ่มเดินตามรอยเท้าแม่ทีมออกทำงานตั้งแต่วันนั้น
     
    หนทางสู่ความสำเร็จ
    ดิฉันใช้เวลาทุกวันหลัง เลิกงานและวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ มีหรือไม่มีลูกค้าถ้าแม่ทีมชวนไปไหนดิฉันไปทุกที่ ไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น ?ดิฉันคิดเพียงว่าอยากสบายตอนแก่ให้ลำบาก ตั้งแต่วันนี้ ถ้าอยากลำบากตอนแก่ให้สบายในวันนี้?ดิฉันทำธุรกิจคังเซนฯ ควบคู่กับงานประจำ 4 ปี คิดนานถึง 2 ปี ก่อนตัดสินใจลาออก เพราะเสียดายเงินเดือนประจำ ประมาณ 16,000 บาท โบนัสปลายปีเกือบแสนบาท ซึ่งขณะนั้นรายได้ของคังเซนฯ อยู่ที่ 75,000 บาทต่อเดือน จึงตัดสินใจออกมาดูแลองค์กรอย่างเต็มที่ จากรายได้เดือนแรกหลักร้อย,หลักพัน,หลักหมื่น ผ่านไป 6 ปี รายได้หลักแสนอย่าเอาตนเองไปเปรียบ เทียบกับคนอื่น ดิฉันเคยคิดว่าทำคังเซนฯ สัก 10 ปี ได้เดือนละแสนก็เอา แต่อุปสรรคของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ดิฉันป่วยด้วยโรค SLE หรือที่เรารู้จักกันว่า โรคพุ่มพวง  เริ่มออกอาการเมื่อเดือน พ.ค. ปี 2550 เป็นเวลากว่า 3 ปีเต็มที่ต้องคอยหาหมอ รายได้จาก 250,000 ลดลงมาเหลือ 150,000-180,000 บาท เพราะเราออกทำงานไม่ได้ แต่นี่ก็เป็นอีกสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่า หากคุณยังเป็นลูกจ้างอยู่แล้วต้องนอนที่โรงพยาบาลทั้งเดือนจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเป็นเจ้าของกิจการแต่ไม่ได้เปิดร้านจะเอารายได้มาจากไหน แต่คังเซนฯ ยังคงให้เราไม่มีวันหยุดเพราะเราไม่ได้เน้นขายของเพียงอย่างเดียว แต่เราสร้างองค์กร สร้างเครือข่ายผู้บริโภค วันนี้ 6 ปีของคังเซนฯ กับตำแหน่ง CSD ดิฉันภาคภูมิใจมาก และขอเป็นกำลังใจให้กับคนที่เริ่มเข้ามาทำธุรกิจ ระยะเวลาไม่ใช่อุปสรรคและอุปสรรคที่สำคัญคือตัวเราในทุกวันที่ทำงาน ดิฉันถือว่า ดิฉันสะสมความสำเร็จวันละเล็กวันละน้อย การถูกปฏิเสธทำให้เราแกร่งขึ้น 6 ปีในธุรกิจคังเซนฯ ทำให้ดิฉันได้เรียนรู้ว่า สิ่งที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จและมั่นคง คือ การประชุมและการอบรม เพราะเป็นการพัฒนาตนเองและองค์กรธุรกิจ เก่งคนเดียวไม่สำเร็จ 3 ปีแรกดิฉันปฏิเสธการเข้าประชุม ไม่ชอบการบังคับ แต่เมื่อเราอยากสำเร็จเราต้องบังคับตนเองให้ได้ เพราะธุรกิจนี้ไม่มีใครช่วยให้คุณสำเร็จได้ถ้าไม่ลงมือทำเองขอขอบพระคุณ CSD สมหมาย-เกียรติ จึงตระกูล เป็นอย่างยิ่งที่ทำให้ดิฉันมีวันนี้ ดิฉันมักพูกเสมอว่าหากไม่มีท่าน ก็ไม่มีวันที่เราจะได้มายืนเป็น CSD นันทิชา แบบวันนี้ ท่านเป็นต้นแบบทั้งการทำงาน การใช้ชีวิต วิธีคิดบวกและคิดใหญ่ ดิฉันโชคดีมากที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดและเรียนรู้วิธีคิดของผู้ประสบความสำเร็จ แบบมืออาชีพ นอกจากนี้ต้องขอขอบคุณทีมงาน และท่าน CSD ประวีณ ปัญวรรณศิริ, CSD ประกอบ-ชาติชาย สุวรรณาคม และ CSD นิกรณ์ เพียนอก ที่ล้วนเติมเต็มและให้กำลังใจตลอดเวลาที่มีปัญหาและท้อแท้
     
    สิ่งที่ได้รับจาก คังเซน-เคนโกฯ
    ดิฉันได้ทุกอย่างจากคังเซนฯ จริงๆ เป็นคนชอบเที่ยว เมื่อก่อนไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ทำคังเซนฯ แรกๆ คิดแค่ว่าได้ใช้ของฟรี ได้เที่ยวก็พอแล้ว แต่ทุกอย่างไม่ได้มาแบบบังเอิญ เมื่อเราทุ่มเทและตั้งใจทำ ทำให้ดิฉันมีโอกาสได้ท่องเที่ยวไปกับกองทุนท่องเที่ยวคังเซนฯ หลายประเทศ หลายเมือง ตั้งแต่ ญี่ปุ่น, ปักกิ่ง, ต้าลี่, ลี่เจียง, ฮ่องกง, เกาหลี, เซี่ยงไฮ้ และล่าสุดไปมาเก๊า ได้ซื้อรถยนต์ ฮอนด้า ซีอาร์วี ป้ายแดง ราคา 1,200,000 บาท ซื้อบ้านเดี่ยว 2 ชั้น 70 ตร.ว. ราคากว่า 3,000,000 ล้านบาท และได้สมรสกับคุณสินชาย คุ้มศรีวงษ์ ผอ.การสำนักงานบังคับคดี ซี 8 นิติศาสตร์บัณฑิต จากการแนะนำของ DSD ผัน มีมงคลที่สำคัญ ดิฉันได้รับมิตรภาพจากพี่น้องครอบครัวคังเซนฯ ที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
     

    คติพจน์

    การทำงานให้ประสบความ สำเร็จ ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย ถ้าคุณอยากสำเร็จ ต้องคุยกับคนที่สำเร็จ copy คนสำเร็จ เพราะคนรวยกับคนจน ต่างกันแค่นิดเดียว คือ วิธีคิด