กลับ
เมนู

    ผู้ประสบความสำเร็จ

  • คุณสมพล  อันทะไชย์ - คุณน้ำทิพย์  เหมะธุลินผู้ประสบความสำเร็จกับคังเซน
  • คุณสมพล อันทะไชย์ - คุณน้ำทิพย์ เหมะธุลิน

    ธุรกิจคังเซนฯ เป็นธุรกิจที่คนมองว่าเป็นอาชีพที่คนไม่ยอมรับ แต่วันนี้ผมได้พิสูจน์แล้วว่า มันไม่สำคัญหากอาชีพนั้นเป็นอาชีพสุจริต ทำให้ฝันคุณเป็นจริง และครอบครัวคุณมีความสุข
     
    เส้นทางชีวิต สมพล
    การศึกษา
    -   ประถมศึกษาโรงเรียนดู่ค้อ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ
    -   มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนราษีไศล จ.ศรีสะเกษ
    -   มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนสตรีศึกษาร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด
    -   ปริญญาตรี บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น
    -   ปริญญาโท บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต จ.กรุงเทพฯ
    ผมเป็นคนต่างจังหวัด ฐานะทางบ้านถือว่ายากจน พ่อแม่มีที่นาที่ได้จากยายไม่ถึง 4 ไร่ ด้วยความที่อยากเรียนหนังสือ หวังเพียงว่าจะได้มีงานดีๆ ทำ พ่อแม่พยายามทุกวิถีทางเพื่อส่งให้ผมและน้องสาวมีโอกาสเรียนสูงๆ ด้วยความที่ญาติพี่น้องรับราชการเป็นส่วนใหญ่ จึงถูกปลูกฝังในหัวว่าจะต้องเป็นข้าราชการให้ได้ แต่ด้วยความขัดสนในระหว่างที่เรียนต้องทำงานพิเศษ หารายได้เพื่อช่วยเหลือทางบ้านอีกทาง ทำงานทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ขายโทรศัพท์,เปิดร้านขายขนม,ตั้งโต๊ะรับโทรศัพท์ เป็นต้น แต่รายได้ก็มีพอแค่เพียงใช้จ่ายตามประสาวัยรุ่น จนวันหนึ่งต้องจบการศึกษาและไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นชีวิตหลังจบการศึกษาอย่างไร ซึ่งไม่ต่างกับนักศึกษาคนอื่นๆ ที่ต้องดิ้นรนหางานทำหลังจบการศึกษา สำหรับเพื่อนที่บ้านมีฐานะก็จะเรียนต่อปริญญาโท ส่วนตัวผมเองต้องดิ้นรนหางานทำ เพื่อให้มีรายได้จะได้ส่งเงินกลับบ้านให้พ่อแม่ ประกอบกับจังหวะนั้นเพื่อนสนิทได้ชักชวนให้มาทำธุรกิจขายตรงและวันนั้นเองได้เริ่มต้นทำธุรกิจขายตรงครั้งแรกกับคังเซน-เคนโกฯ
     
    เส้นทางธุรกิจขายตรง คังเซนฯ
    เมื่อปี 2546 ขณะนั้นศึกษาอยู่ที่ ม.ขอนแก่น ชั้นปีที่ 4 เป็นช่วงเวลาที่โล่งใจและหนักใจ คือ โล่งใจที่จะเรียนจบ และหนักใจไม่รู้จะหางานอะไรทำ บังเอิญช่วงนั้นเพื่อนสนิทคือ DSD เฉลิมเกียรติ จงรวมกลาง อัพไลน์ได้ชวนทำธุรกิจคังเซนฯ ตอนนั้นเรายังไม่ยอมรับขายตรงจึงปฏิเสธ หลังจากเรียนจบช่วงเดือนมีนาคม 2546 ได้สมัครเข้าสู่ธุรกิจคังเซนฯ แบบเกรงใจเพื่อน ประกอบกับช่วงนั้นกำลังหางานทำ คิดว่าลองสมัครทำในช่วงเวลาที่รองาน และได้ชักชวนเพื่อนๆอีก 2-3 คน เข้ามาเป็นสมาชิกคังเซนฯ ด้วยความที่เรามองธุรกิจคังเซนฯเป็นงานพาร์ทไทม์รายได้เลยตกๆ หล่นๆ หลังจากนั้นไม่นานทางบริษัทที่เราสมัครงานไว้ก็เรียกตัว ทำให้การทำธุรกิจคังเซนฯ สะดุดลงเพราะเรายังไม่รู้จักแบ่งเวลา แต่ในระหว่างที่ทำงานก็ได้ชักชวนเพื่อนร่วมงานและคนรู้จักใช้สินค้า เชื่อไหมครับ  ผมเริ่มงานด้วยเงินเดือนไม่ถึงหมื่น สมาชิกที่ผมชักชวนเข้าสู่ธุรกิจและทำเต็มเวลาเริ่มที่ 0 บาท แต่เวลาผ่านไป 1 ปี เงินเดือนผมเพียง 10,000 บาท/เดือน แต่สมาชิกผมที่ทำคังเซนฯเต็มเวลารายได้กว่า 30,000 บาท/เดือน 
    หลังจากทำงานได้ 1 ปี ผมได้รับทุนจาก ม.รังสิต ให้เข้าเรียนในระดับปริญญาโท (เฉพาะค่าเทอม) เรียนช่วงเวลา 17.00-21.00 น. ในตอนนั้นจากที่เราเคยมีรายได้ พอไม่ได้ทำงานก็ต้องขอที่บ้าน ด้วยความที่ฐานะทางบ้านยากจน เชื่อไหมครับผมเรียนปริญญาโทใช้เงินเพียงเดือนละ 2,000 บาท พักอยู่กับน้องสาวที่ทำงานเป็นพนักงานเงินเดือน 6,000 บาท จากความลำบาก ความขัดสนตรงนี้เอง ทำให้ผมหางานทำ แต่ไม่มีบริษัทไหนเลยจ้างผมในช่วงเวลา 08.00-16.00 น. 
    ทำให้ผมมานอนคิดและก็นึกขึ้นได้ว่าคังเซนฯไง คังเซนฯ ใช่แล้ว ผมเป็นสมาชิกคังเซนฯอยู่ และก็เริ่มทำคังเซนฯหลังจากสมัครมาปีกว่าๆ ใช้เวลาเพียง 1 เดือนก็สามารถขึ้นตำแหน่ง RSM มีรายได้หลายหมื่นบาท จากนั้นก็ทำต่อเนื่องได้ความรู้ แนวคิดที่มีค่าจากท่าน CSD พีรศักดิ์ เรืองจิต ผู้เป็นแรงผลักดันให้ประสบความสำเร็จ รวมทั้งได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานจนในที่สุดก็ก้าวขึ้นตำแหน่งสูงสุดคือ CSD และมีรายได้หลายแสนบาทต่อเดือน รวมทั้งสมาชิกในทีมงานก็มีรายได้หลักแสนหลายคน มีบ้าน มีรถยนต์
     
    แนวทางการทำงาน
    ใช้ระบบประชุม อบรม ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาทีมงาน ไม่ว่าจะเป็นอบรมสินค้า แผนการตลาด จัดประชุมเปิดโอกาสทางธุรกิจให้กับสมาชิกรายใหม่ ซึ่งจะช่วยพัฒนาสมาชิกให้กล้าพูด กล้าแสดงออก และสามารถจัดประชุมได้เองได้ในที่สุด
    -สปอนเซอร์ผู้มุ่งหวังรายใหม่ๆ เข้าสู่ธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายเครือข่ายให้เติบโต
    -จัดประชุมสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
    -แก้ปัญหา และให้กำลังใจทีมงาน
     
    รางวัลความสำเร็จที่ได้รับจากคังเซนฯ
    -ปี 2548 ขึ้นตำแหน่ง RSM พร้อมรายได้ 27,000 บาท/เดือน
    -ปี 2549 ขึ้นตำแหน่ง PSM พร้อมมีรถยนต์คันแรกมูลค่า 770,000 บาท
    -ปี 2551 ขึ้นตำแหน่ง ESD พร้อมรายได้ 150,000/เดือน
    -ปี 2551 ได้รับกองทุนรถยนต์ Honda Accord มูลค่ากว่าล้านบาท
    -ปี 2552 ตำแหน่ง DSD พร้อมรายได้ 250,000/เดือน
    -ปี 2553 ตำแหน่ง CSD พร้อมรายได้ 350,000/เดือน
    -ปี 2553 เข้าสู่ทำเนียบผู้บริหารเงินล้าน รายได้รวม 10 ล้านบาทขึ้นไป ตำแหน่ง Kangzen Silver Millionaire Class
    -ได้พาครอบครัว แม่ น้องสาว ภรรยา ไปท่องเที่ยวต่างประเทศ
    -ได้รับรางวัลปันผลรายปีหลายแสนบาท
     
    เป้าหมายในอนาคต
    -สร้างทีมงานให้มีความแข็งแกร่ง มีรายได้มั่นคง และสำเร็จตามฝันของแต่ละคนให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะเติบโตไปพร้อมๆ กับธุรกิจคังเซนฯ ในอนาคต
    -สร้างทีมงานขยายเครือข่ายธุรกิจคังเซนฯ ให้ครอบคลุมทุกภาคของประเทศ
     
    ฝากข้อคิด
    ในการที่จะทำอะไรให้สำเร็จได้นั้น จะต้องมีความมุ่งมั่นในสิ่งที่ทำ มีความอดทนต่อปัญหา มีความจริงใจในการช่วยเหลือ ความคิดของคุณจะต้องเป็นบวกอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้แล้วเป้าหมายของคุณจะต้องชัดเจน วิธีการทำงานคุณสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา แต่เป้าหมายต้องไม่เปลี่ยนง่ายๆ จนกว่าคุณจะทำสำเร็จ