กลับ
เมนู

    ผู้ประสบความสำเร็จ

  • คุณกนกชล - คุณธนากร เดชธนาวงค์ผู้ประสบความสำเร็จกับคังเซน
  • คุณกนกชล - คุณธนากร เดชธนาวงค์

    ครั้งละหนึ่ง ครั้งละหนึ่ง ก็ถึงร้อย ครั้งละน้อย ครั้งละน้อย ก็เติบใหญ่ ครั้งละนิด ครั้งละนิด ก็ก้าวไป ไกลเท่าไรก็คงถึงสักหนึ่งวัน
     
    ชีวิตต้องสู้ของ CSD กนกชล-ธนากร เดชธนาวงค์
    ดิฉันเกิดที่ จ.บุรีรัมย์ มีพี่น้องทั้งหมด 6 คน ดิฉันเป็นคนสุดท้อง ตอนเด็กๆ ชีวิตครอบครัวลำบากมากเรียนจบแค่ ป.4 ก็ต้องออกมาช่วยที่บ้านทำงานแบ่งเบาภาระภายในครอบครัว กระทั่งปี 2530 ย้ายครอบครัวไปอยู่ จ.พิษณุโลก ทำงานรับจ้างและส่งตัวเองเรียนศึกษาผู้ใหญ่ไปด้วย กระทั่งจบการศึกษาระดับ ม.6 ระหว่างเรียนก็ทำงานไปด้วย เคยประกอบอาชีพมาแล้วมากกว่า 9 อาชีพ ปิดท้ายด้วยข้าราชการตำรวจ อาชีพที่ดูดีมีเกียรติ แต่ไม่สามารถที่จะทำให้ดิฉันร่ำรวยได้ การรับราชการตำรวจมากว่า 15 ปี มีแต่หนี้ ทั้งในระบบและนอกระบบ ดอกเบี้ยร้อยละ 10 เงินเดือนแทบไม่เหลือ ครอบครัวอยู่กัน 7 ชีวิต จึงต้องคอยหาอาชีพเสริมทำตลอด ตั้งแต่ ซัก อบ รีด ก็ทำ ร้องเพลงคืนละ 200 บาทก็ไป รับจ้างพิมพ์งานแผ่นละ 3 บาทก็เอา
     
    เปิดโอกาสตนเองสู่ความสำเร็จ
    ดิฉันเข้าสู่ธุรกิจคังเซนฯ จากการแนะนำของแม่บ้านตำรวจท่านหนึ่งคือ CSDศมลพรรณ อินทร์โอภาสสมัครเป็นสมาชิกเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2542 แต่ไม่ชอบทำ ไม่ชอบขาย เกลียดงานขายมากที่สุด แต่ก็ชอบรับจ้าง ก็เลยผ่อนเครื่องนวดหน้า LYC รับทำหน้า นวดหน้าตามบ้าน รายได้ดีมาก แล้วพอเราไปซื้อครีมเพื่อมาใช้ควบคู่ก็มีเงินปันผลกลับมาให้ แต่ก็ยังไม่ค่อยสนใจอะไรเพราะคิดว่าเราทำหน้าให้ลูกค้ารายได้ดีกว่า แต่พอหลังๆ มาลูกค้าฝากเราซื้อครีมเพื่อมาใช้เองด้วยทำให้เรามีรายได้มากขึ้น จึงทำให้เริ่มเปิดใจให้กับธุรกิจคังเซนฯ และเริ่มทำธุรกิจอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา โดยเริ่มทำงานแบบหาสมาชิกจากลูกค้าที่เราไปทำหน้าให้เขาก่อน จากนั้นสร้างสายสัมพันธ์และแนะนำธุรกิจ โดยสร้างแรงจูงใจ ใส่ความกล้า พัฒนาตนเองสม่ำเสมอ ตลอดเวลา
     
    ขอบคุณคังเซนฯ
    ก่อนทำธุรกิจมีแต่ภาระหนี้สิน  กลัวคนอื่นจะรับรู้ความทุกข์ ต้องทำตัวร่าเริง เพื่อปกปิดความทุกข์ในใจ พยายามหาทางออกคนเดียว ไม่เคยได้กล่อมลูกเข้านอนตอนกลางคืน เกิดความรู้สึกปวดร้าว เพราะเราต้องออกจากบ้านเพื่อหาเงินและหาลูกค้า ชีวิตไม่เคยกลัวตาย สิ่งที่กลัวในใจ คือ กลัวลูกอด และอยากให้แม่สบาย แม่จะอยู่กับเราตลอดเพราะดิฉันเป็นลูกคนเล็ก เราแม่ลูกจะผูกพันกันมาก ปัจจุบันก็ได้ดูแลท่านเต็มที่ ท่านอายุ 80 ปี และต้องอาศัยเครื่องช่วยหายใจอยู่ที่บ้าน มีคนคอยดูแล มีทั้งยากินและคอยให้ยาใจปัจจุบัน การดำรงชีวิตของครอบครัวดิฉันดีขึ้นมาก แต่ก่อนกินนอนอยู่ที่แฟลตตำรวจห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ปัจจุบันสามารถใช้เงินจากกองทุนของคังเซนฯ ซื้อบ้านใจกลางเมืองราคาหลายล้านบาท ได้รับกองทุนรถยนต์สองคัน ซึ่งหากเทียบกับแต่ก่อนเราจะซื้อรถยนต์ได้ในราคาไม่หมื่นบาท แต่ด้วยด้วยกองทุนรถยนต์คังเซนฯ ทำให้ดิฉันสามารถซื้อรถยนต์ อีซูซุ มิวเซเว่น ป้ายแดง และรถยนต์โตโยต้า ยาริส ป้ายแดง ได้อีกคัน ประกอบกับกองทุนการศึกษาของคังเซนฯทำให้ดิฉันสามารถส่งให้ลูกรักทั้งสองคนได้ศึกษาเล่าเรียนในหลักสูตรนานาชาติ (English Program) ซึ่งค่าเทอมค่อนข้างสูง แต่ดิฉันก็สามารถทำได้ และสิ่งที่น่าภาคภูมิใจมากที่สุดคือ คังเซนฯ สามารถทำให้เราทั้งครอบครัวได้ไปท่องเที่ยวต่างประเทศพร้อมกันได้ทุกคนด้วยกองทุนท่องเที่ยวของคังเซนฯ
     
    ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จ
    ดิฉันถือคติที่ว่า เล่นไม่เลิก กัดไม่ปล่อย ลองนึกภาพดูนะคะว่า ถ้าเราหลังติดกำแพง แล้วมีรถยนต์ บรรทุกภาระรับผิดชอบมาเต็มคันรถ ถ้าเราไม่ดันรถออกเราก็ตาย นั่นคือ เปรียบเทียบให้เห็นว่า ดิฉันทำธุรกิจเพราะอะไร และที่ประสบความสำเร็จมาได้ ดิฉันจะให้ความสำคัญในการพัฒนาตนเองสม่ำเสมอ นำพาตนเองเข้าอบรมโปรแกรมต่างๆ ที่บริษัทจัดขึ้นตลอด มีครั้งหนึ่งเคยไปอบรมที่ วังรี รีสอร์ท จ.นครนายก นั่งรถประจำทางไปเอง พอไปถึงทางแยกก็ต้องลง ไม่มีรถวิ่งเข้าไปที่รีสอร์ท พอดีเหลือบไปเห็นธงคังเซนฯ ที่ปักไว้บอกทาง จึงได้เอามาโบกเพื่อขออาศัยรถสมาชิกคังเซนฯ ที่จะขับเข้าไปอบรม ซึ่งก็มีพี่คนหนึ่งที่มาอบรมแวะรถจอดรับดิฉันเข้าไปด้วย ก็ต้องขอบคุณพี่ด้วยนะคะ และขอบคุณคังเซนฯ ที่มอบแต่สิ่งดีๆ ให้กับดิฉันและครอบครัว ขอบคุณแม่ทีมที่มอบโอกาสแห่งธุรกิจ ขอบคุณลูกทีมทุกคนที่ทำให้ดิฉันมีวันนี้ ดิฉันสัญญาว่าจะนำพาองค์กรของดิฉันทุกคนให้ประสบความสำเร็จเป็น คราวน์ สตาร์ ไดเรกเตอร์ ให้ได้