กลับ
เมนู

    ผู้ประสบความสำเร็จ

  • คุณอัจฉรียา เทศสิงห์ - คุณธีระศักดิ์  ชิยางคะบุตรผู้ประสบความสำเร็จกับคังเซน
  • คุณอัจฉรียา เทศสิงห์ - คุณธีระศักดิ์ ชิยางคะบุตร

    เส้นทางชีวิต 
    CSD อัจฉรียา เทศสิงห์  : ดิฉัน  เกิดและโต ที่จังหวัดร้อยเอ็ด   มีพี่น้อง  2 คน  หลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรี  คณะวิทยาการจัดการ  ม.ราชภัฎมหาสารคาม  ดิฉันวาดฝันว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศ  แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับครอบครัวของดิฉัน  เมื่อพี่สาวต้องมาเสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยโรคหัวใจ  ทำให้ครอบครัวเราเสียศูนย์ไปพักใหญ่  พ่อกับแม่ก็คาดหวังว่า  ดิฉันจะกลับมาดูแล  และสานต่อกิจการของครอบครัว ไม่อยากให้ทำงานไกลบ้าน  เพราะ เหลือเพียงดิฉันคนเดียว  แม้แต่พยายามฝากเข้ารับราชการ  แต่ดิฉันกลับมองว่า  การทำงานของครอบครัว  และ งานประจำ  ไม่ต่างอะไรกับ ต้นไม้ที่ปลูก และโตในกระถาง  รอคนอื่นมารดน้ำให้  ไม่มีวันโต   ถ้าจะโตได้  เจ้าของกระถางจะพิจารณาเปลี่ยนกระถางที่ใหญ่กว่าเดิมให้ถ้าเห็นสมควร    แต่ถึงจะใหญ่ยังไง   กระถางใบนั้นก็ยังมีพื้นที่จำกัดอยู่ดี  ขาดอิสรภาพ  ทั้งด้านความคิด  และการกระทำ  ที่สำคัญ   เขาเป็นคนกำหนด  ไม่ใช่เรากำหนด    ผลลัพธ์ หรือ ผลตอบแทนที่ได้  ไม่คุ้มกับแรงที่เราทุ่มเทและเสียเวลาทั้งชีวิตเพื่อแลกกับมัน   หรือ ถ้าคนที่รดน้ำให้เราประจำ  ไม่มีน้ำมากพอ  ชีวิตเราจะเป็นยังไง ทำให้ดิฉันเกิดคำถามในหัวใจว่า  ดิฉันจะเลือกวิถีชีวิตแบบนี้จริงๆ เหรอ   แล้วเมื่อไหร่ดิฉันจะตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ได้ดีกว่านี้   ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป   ดิฉันพยายามมองหาโอกาส  แล้ววันนั้นก็มาถึงจากการไขว่ขว้าหาโอกาสที่จะมีวิถีชีวิตในรูปแบบที่เราเองเป็นผู้กำหนด  ดิฉันได้รับฟังเรื่องราวความสำเร็จในธุรกิจคังเซน  จากการแนะนำของเพื่อน  คุณป๋อง CSD สมพล  อันทะไชยได้เรียนรู้เทคนิคการทำงานจาก  คุณโอ๊ต DSD เฉลิมเกียรติ  จงรวมการ  และต้นแบบการทำงานจาก พี่แป๊ก CSD พีรศักดิ์  เรืองจิต    ทำให้ดิฉันรู้ว่า  เราสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจได้ โดยที่ไม่ต้องรอตอนแก่ เพราะเรามีคังเซนเป็นเครื่องมือ  ความสำเร็จในชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ   แต่ขึ้นอยู่กับ  ความคิด  และ  การเลือกเครื่องมือ  ไม่ใช่แค่  ขยันและอดทน เพียงอย่างเดียว CSD ธีระศักดิ์  ชิยางคะบุตร : การที่มีลูกถึง 5 คน ทำให้ครอบครัวต้องต่อสู้กับความยากจนค้นแค้นมาตลอด แต่พ่อแม่ก็เป็นต้นแบบในการใช้ชีวิตให้มีความสุขท่ามกลางวิกฤตได้  จนสามารถส่งผมเรียนจบปริญญาตรีคณะสถาปัตย์ ม.มหาสารคาม  ความภาคภูมิใจของครอบครัวต้องแลกด้วยการขายบ้านและที่ดิน พ่อ แม่ พี่และน้องๆ ต้องย้ายไปอยู่กระต๊อบสังกะสี ตลอดระยะเวลา 5 ปี   ในรั้วมหาวิทยาลัยผมตระหนักถึงภาระอันสำคัญอยู่เสมอ   เมื่อมีโอกาสทำงานเป็นสถาปนิก ผมจึงตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่   หวังว่าเงินเดือนที่ได้รับจะสามารถดูแลครอบครัวได้  แต่ยิ่งเวลาผ่านไปครอบครัวก็ยังไม่ใกล้เคียงกับคำว่าสุขสบายตรงกันข้ามแม้จะขยันเท่าไหร่  ก็ไม่เพียงพอ   ที่สำคัญพ่อกับแม่ก็แก่ลงสุขภาพเริ่มแย่ลงทุกวัน ผมเริ่มคิดแล้วว่า 5 ปีผ่านไป  ทำงานเต็มที่ทำไมไม่รวยสักที ผมไม่มีเวลาเหลือแล้ว ไม่งั้นคงต้องเคาะฝาโลงร้องไห้เสียใจที่ไม่ได้ทำอะไรเพื่อพ่อแม่    ระหว่างนั้นได้รู้จักธุรกิจคังเซนจาก CSDอัจฉรียา เทศสิงห์  ซึ่ง 2 ปีแรกที่ท่านคราวน์แนะนำก็ไม่ได้สนใจ  เพราะมั่นใจในงานของตัวเองและตอนนั้นท่านก็มีรายได้เพียง 355 บาท ในใจก็คิดว่านี่หรือธุรกิจแห่งอนาคตค่าสมัครยังไม่ได้เลย  แต่ก็สมัครไปเพราะอยากให้ท่านหยุดพูดเฉย (55)  แต่มีช่วงหนึ่งที่ท่านคราวน์ป่วยเป็นอีสุกอีไส  ทำให้ไม่กล้าออกไปทำธุรกิจคังเซน  อยู่ 2 เดือน  ปรากฏว่ายังมีเงินโอนเข้าบัญชีอยู่ 7-8 พันบาทในใจก็เริ่มคิดอีกแล้วว่า  ใช่เหรอมันเป็นจริงเหรอ  มันมีงานที่ให้เงินโดยที่ไม่ต้องเหนื่อยด้วยเหรอเสียเวลาพิจารณาอยู่ 2 ปี กว่าจะตาสว่าง  ก็ตอนที่ท่านมีรายได้2-3 หมื่นบาท และจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ  แต่ในทางกลับกันงานของเรา ก็ยังมีรายได้ที่แสนมั่นคงไม่มีโอกาสจะเพิ่มเงินเดือนได้ผมจึงตัดสินใจให้โอกาสตัวเองครั้งสำคัญ ว่าจะทำธุรกิจคังเซนให้สำเร็จภายใน 2 ปี  ถ้าไม่ได้จะกลับไปหางานทำก็ไม่สาย..
     
    NEW PATH
    การเริ่มต้นธุรกิจของเราไม่ง่ายอย่างที่คิด  แต่ก็ไม่ได้ยากอย่างที่กลัวแน่นอนว่าสิ่งที่ยากนั่นไม่ใช่เรื่องธุรกิจแต่กลับกลายเป็น ความกลัว เวลาคนเรากลัวผีจะระลึกพระใช่ไหมแต่ถ้ากลัวเรื่องธุรกิจล่ะ สำหรับเราแล้วเพื่อให้กล้าเราระลึกถึง พ่อกับแม่
     
    WE THINK GO TO SUCCESS
    เราเริ่มต้นทำธุรกิจท่ามกลาง  การนิ่งเฉยไม่คัดค้านแต่ไม่สนับสนุนจากคนรอบข้าง  ซึ่งก็น่ากลัวปนตลกๆเหมือนกัน แต่เราก็ไม่ใส่ใจมาก เพราะรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเจออะไร  เนื่องจากก่อนหน้านี้เราก็เคยปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยกับธุรกิจแบบนี้มาแล้ว  เพราะตอนนั้นคิดว่า อาชีพหรือความสามารถของเราน่าจะเพียงพอในการดูแลครอบครัวได้  โดยที่ไม่ต้องหาอะไรมาทำเพิ่มยิ่งมีคนมาแนะนำสินค้า(ขายตรง)ให้  ก็คิดว่าเอาสินค้าตามท้องตลาดมาขายแพงๆ  เขามาเอาเปรียบเรา คงได้ค่าแนะนำ ค่าหัวคิวอะไรต่างๆนาๆ ที่จะใส่ร้ายไปเพราะช่วงหลังๆ มีข่าวการต้มตุ๋นหลอกลวง  โดยอาศัยช่องทางการขายตรงเยอะมากๆ  มีการดำเนินคดีหลายคดี   จึงปิดใจมาตลอด  คนส่วนใหญ่ก็คงคิดเหมือนกัน  ตอนนี้เราก็ยังต้องตอบข้อสงสัยเหล่านี้อยู่เช่นเดิมเราเชื่อว่าคนทุกคนมีเกราะป้องกันตัว ซึ่งเรียกว่า ความรู้และประสบการณ์  ซึ่งส่วนใหญ่จะนำมาใช้วิเคราะห์หาเหตุผล  แต่เวลาจะตัดสินใจมักจะใช้อารมณ์คู่กับทัศนคติ  ดังนั้นแล้วเราก็มักจะถูกปฎิเสธเสมอมาในช่วงแรกๆ   ทัศนคติมีผลกับความคิด และการแสดงออกเปลี่ยนรายจ่ายเป็นรายรับ...    คำถามก็คือว่า  ทุกวันนี้  คนเราทำงานเพื่ออะไร คำตอบตอบก็คือ เงิน แล้วทำงานมากๆก็เพื่ออะไร  ก็เพื่อ เงินมากๆ แล้วเราเอาเงินมากๆไปทำอะไร  คำตอบก็คือเพื่อ ค่าใช้จ่าย แล้วค่าใช้จ่าย(ที่จำเป็น)มีอะไรบ้างล่ะ ก็สินค้าอุปโภคบริโภค สบู่ ยาสีฟัน แชมพู  ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ฯลฯ  เคยคิดเล่นๆไหมล่ะ  ถ้าเราใช้สินค้าเหล่านี้    แค่ครอบครัวละ 1,000 บาท/เดือน มา 20 ปี จะเป็นค่าใช้จ่ายถึง 2.4 แสนบาท  แล้วคิดว่าสินค้าเหล่านี้มีคนได้กำไรไหมล่ะ  และถ้าสมมติกำไรสัก 30% ล่ะ    ก็กำไร 300 บาททุกเดือน   ปัจจุบันเมืองไทยมีประมาณ 20 ล้านครอบครัวแสดงว่ามีกำไรจากสินค้าที่จำเป็นต้องใช้ 6 พันล้านบาททุกเดือน แล้วกำไรเป็นของใครล่ะ ก็ของใครสักคน  ที่เป็นเจ้าของสินค้าเหล่านั้น  เราจะชอบไม่ชอบ เราก็เป็นเครื่องมือทางธุรกิจอยู่แล้ว จะดีไหมถ้าเราเอาธุรกิจมาเป็นเครื่องมือของเราซะเอง คนรวยกับคนจนก็ต่างกันตรงที่ คนรวยสร้างรายได้จากรายจ่ายของคนอื่น  ขณะที่คนจนสร้างรายได้มาเป็นค่าใช้จ่าย  วันนี้ธุรกิจคังเซนได้สร้างสรร โอกาส  ที่จะให้เราเข้าไปแบ่งปันกำไร เราจะสนใจไหมล่ะ  ถ้าสนใจเราก็ต้องขอบคุณคนที่แนะนำธุรกิจคังเซนนี้ให้เรา ความสำเร็จไม่ใช่เพียงทำงานหนัก จงรู้จักเลือกงานก่อนขยันมั่นคิดบวกพบปํญหาต้องฝ่าฟันจงมุ่งมั่นตั้งเป้าหมายในคังเซน...บทกลอนดีๆจาก PSMสุดใจ วิเศษการ (อดีต พนง.เข็นไอศครีมขาย , รปภ.)
    How to Successทุกวันนี้มีคนขาขาดวิ่งเร็วกว่าคนขาปกติ  คนไม่มีมือวาดภาพสวยระดับโลก  คนพิการหลายๆด้านสามารถทำในสิ่งที่คนปกติคาดไม่ถึง  นั่นเพราะเขาไม่ได้ใช้ต้นทุนของตัวเองมาเป็นเงื่อนไขแต่เขาใช้ต้นทุนที่มีค่าที่สุดแต่ราคาถูกที่สุดก็คือ หัวใจ บวกวิธีการที่ถูกต้อง เราเองก็เช่นเดียวกัน  และระบบ ESS คือวิธีการที่ถูกต้องของเรา  ฉะนั้น   ถ้าอยากประสบความสำเร็จ  เรามีระบบแล้วคำถามก็คือ  ท่านมีใจกับธุรกิจคังเซนแล้วหรือยัง    
        
    Freedom
    งานบางงานมีจุดเริ่มต้นไม่ต่างกัน...แต่ทำไมผลลัพธ์มันต่างกัน.....
    งานบางงานสามารถให้เงินทองเยอะแยะมากมาย   ให้รถยนต์คันหรู  ให้บ้านคฤหาสน์หลังงาม  
    แต่ไม่สามารถให้เวลา  กับความสุขของครอบครัวได้ 
    แต่ในธุรกิจคังเซน  สามารถให้คำว่า   อิสรภาพแบบไร้กังวล
    จากการตัดสินใจที่จะ   เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ทำให้ชีวตที่ขาดหายไปของครอบครัวเรา   ถูกเติมเต็ม ด้วยธุรกิจคังเซน  เราได้สัมผัสความสุขในทุกมิติของชีวิต  ที่แตกต่างจากคนทั่วไป  ไม่ต้องกังวลเรื่อง   เงิน  เวลา   สุขภาพ    ความสุขกับการได้เป็น   ผู้ให้   โอกาส  ได้เห็นผู้คนมากมายมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป  มีรถ  มีบ้าน  ส่งลูกเรียนโรงเรียนดีๆ   ได้รับการยอมรับในสังคม   มีคุณภาพชีวิตที่ดีบนความมั่งคั่งและมั่นคง แบบถาวร
    เรามีรายได้  6 หลัก ทุกๆ เดือน   มีรถยนต์ คันแรก (  2006 HondaCivic  2006  ) ตอนอายุ 26 ปี   และอีก  2 คัน  (นิสสันเทียน่า  200XL SS NAVI 2011  และ (Suzuki New Swift 2012)  รวมมูลค่ากว่า  3 ล้านบาทสร้างบ้าน  มูลค่ามากกว่า 6 ล้านบาท   ซื้อที่ดินให้พ่อกับแม่ที่ จ.อุดรธานี  กว่า  20 ไร่  มีเวลาดูแล  และตอบแทนบุญคุณพ่อกับแม่  ในขณะที่ท่านมีชีวิตอยู่มีโอกาสได้ท่องเที่ยวต่างประเทศทุกๆ ปี   ในทริปท่องเที่ยวแบบ VIP   นอกเหนือจากนั้น ยังสามารถพาครอบครัวของเราสองคนไปเที่ยวต่างประเทศได้อีกด้วย  ความสำเร็จของเราในวันนี้  เกิดจากการทุ่มเท  ทั้งกาย  และใจ  ยอมเสียสละความสุขส่วนตัว   เพื่อความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่   
     
    ขอบคุณท่านประธานผู้ก่อตั้ง  คุณคมศักดิ์ธนา  อำพันยุทธ์    ครอบครัวอำพันยุทธ์  และ  คณะผู้บริหารทุกท่าน    ที่ให้โอกาสเราได้เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่ดีที่สุด  ซึ่งมีคุณค่า มากกว่าคำว่า  ธุรกิจ  กับ  ครอบครัวคังเซนขอบคุณ  แม่ทีมทุกท่านที่ให้โอกาส  และ เห็นศักยภาพในตัวเรา   ว่า  เราทำได้ ขอบคุณดาวน์ไลน์  และ ทีมงานทุกท่าน  ที่มีฝันตรงกัน   รักครอบครัวเหมือนกัน  เป็นพลังให้เราประสบความสำเร็จ
     
    ฝากให้คิด 
    หากวันนี้คุณเป็นคนที่มีความฝัน   มีแรงบันดาลมากพอ   รักครอบครัว  อยากที่จะตอบแทนบุญคุณพ่อกับแม่   เป็นผู้ที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา   กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อวิถีชีวิตที่ดีขึ้นไม่ต้องตื่นขึ้นมาเพื่อทำงานหนักไปจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต   แต่ตื่นขึ้นมาเพื่อ    ใช้ชีวิตที่เป็นของเรา  วิถีชีวิตของคุณ  คุณก็สามารถเลือกที่จะประสบความสำเร็จได้  กับ คังเซน - เคนโก