กลับ
เมนู

    ผู้ประสบความสำเร็จ

  • คุณกนกวลี คำลือชัยผู้ประสบความสำเร็จกับคังเซน
  • คุณกนกวลี คำลือชัย

    มีหัวใจ ไว้ให้รัก เป็นนักขาย                    ไม่เคย "อาย" คำว่า "ไม่" จากใครเขา
    เพราะใจสู้ รู้อยู่ กับตัวเรา                        วันหนึ่งเขา จะเห็น ราคาดี
    ไม่เคย "แคร์" คำคนเขา สบประมาท       ความผิดพลาด ถือเป็นครู คอยพร่ำสอน
    มีรถบ้าน งานขาย เป็นทุนรอน                 สิ่งแน่นอน คือชีวิต ลิขิตเอง    
     
    ประวัติก่อนเข้ามาดำเนินธุรกิจขายตรง
    ก่อนที่เข้ามาสู่ธุรกิจนี้ขณะนั้นกำลังศึกษาอยู่และหลังจากที่เรียนแล้วจะมาช่วยพี่สาวขายน้ำเต้าหู้ที่ตลาดสดมาบตาพุด จ.ระยอง ในช่วงเย็น เลยได้รู้จักกับท่าน CSD ธีระยุทธ - บุตรี สุริยะ เพราะว่าท่านได้มาเป็นลูกค้าร้านน้ำเต้าหู้ และพอท่านมาบ่อยขึ้นเราก็ได้คุยกันในเรื่องต่างๆ รวมถึงได้แนะนำตัวท่านเองว่าท่านกำลังทำอะไรอยู่ และได้แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของคังเซนฯ แต่ช่วงแรกก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักเพราะว่าไม่รู้จักสินค้ายี่ห้อนี้แต่ท่านก็ได้มาซื้อน้ำเต้าหู้ที่ร้านอยู่เรื่อยๆ และเราก็ได้สังเกตเห็นหน้าท่านเปลี่ยนแปลงไป เลยลองถามท่านว่าท่านยังใช้ผลิตภัณฑ์ที่เคยบอกอยู่หรือเปล่า ท่านบอกว่ายังใช้อย่างเดิมและท่านก็ได้บอกเราว่าท่านได้เปิดศูนย์ความงามคังเซนฯ อยู่ที่ระยอง ดิฉันเลยลองเข้าไปดูและท่านก็ได้แนะนำผลิตภัณฑ์ให้ใช้ครบชุด และยังได้ซื้อเครื่องทำหน้าตอนนั้นเป็นชุด LYC แต่ก็ยังไม่สนใจเรื่องธุรกิจเพราะว่าไม่ชอบเรื่องธุรกิจ อยากใช้อย่างเดียวจึงบอกท่านไปว่าเราเรียนอยู่แต่ในขณะนั้นเราใช้ผลิตภัณฑ์จนคนอื่นเค้าเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง เราก็ได้แนะนำคนที่สนใจให้ไปหาท่าน CSD ธีระยุทธ-บุตรี สุริยะ เพราะว่าเราไม่ได้คิดเรื่องธุรกิจและไม่มีความรู้เรื่องผลิตภัณฑ์ แต่ท่านก็ไม่เคยที่จะไม่โทรศัพท์มาคอยถามไถ่เราอยู่เสมอว่าเป็นยังไง สนใจทำหรือยัง และท่านก็ยังได้รับคำตอบที่เหมือนเดิมเสมอๆ ว่ายังไม่สนใจค่ะ 
     
    เส้นทางสู่ธุรกิจขายตรง-เป้าหมายในชีวิต
    หลังจากที่ดิฉันเรียนจนจบปริญญาตรี สาขาการจัดการ ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี ก็เป็นเสมือนคนอื่นทั่วๆ ไป ที่เด็กนักศึกษาจบใหม่ๆ ย่อมไฟแรงอยู่เสมอ บวกกับความคิดที่พ่อแม่ใส่ให้ตั้งแต่เด็กจนโตว่าเรียนหน้งสือให้จบสูงๆ เกรดดีๆ จะได้ทำงานในตำแหน่งหน้าที่การงานสูงๆ ไม่อายคนอื่น ได้เงินเดือนเยอะๆ ก็เลยได้เข้าไปสมัครงานที่โรงงานในอุตสาหกรรมที่ จ.ระยอง แต่ในขณะนั้นท่าน CSD ธีระยุทธ-บุตรี สุริยะ  ท่านทั้งสองยังคงทำธุรกิจนี้อยู่ยังคงโทรศัพท์มาคุยกับเราอยู่เสมอๆ แต่ก็ปฏิเสธทุกครั้งที่ท่านชวน และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เราไม่อยากทำธุรกิจขายตรงก็เพราะว่า ไม่ชอบงานขาย ไม่ชอบดูแลใคร ไม่ชอบทำงานร่วมกับคนหมู่มาก เพราะรู้สึกว่าถ้าคนมากปัญหาก็มาก แต่พอเราเริ่มเข้ามาทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมตามที่เราฝันไว้ก็เจอปัญหาที่เรากลัวมาตลอดก็คือ การทำงานร่วมกับคนแต่สิ่งที่คิดไว้ในขณะนั้นก็คือ ไม่ว่าเราจะทำงานอะไรก็แล้วแต่ เราจะต้องพบเจอกับปัญหาต่างๆ เหล่านี้ไม่สามารถเลี่ยงได้ จึงตัดสินใจโทรปรึกษาท่านทั้งสองว่าอยากจะทำธุรกิจนี้ต้องทำยังไง และเมื่อท่านเห็นว่าเราสนใจก็เอาเอกสารแจ้งการรับค่าคอมฯในแต่ละเดือนมาให้ดู ทำให้เราเริ่มคิดเริ่มสนใจธุรกิจนี้ เพราะว่าสิ่งที่เราคิดมันไม่ได้สวยงามเสมอและทำให้เราเริ่มคิดว่ามันแตกต่างกับสิ่งที่เราทำมากๆ เพราะระยะเวลาเพียงไม่ถึง 2 ปี ท่านทั้งสองก็สามารถขึ้นตำแหน่งสูงสุดในบริษัทคังเซนฯ เป็น CSD ที่อายุน้อยที่สุด ที่ขึ้นตำแหน่งนี้และมีรายได้ 6 หลักต่อเดือน มันทำให้ความคิดเราเปลี่ยนไปและในเมื่อเรามีโอกาส เราก็น่าจะลองเรียนรู้อะไรใหม่ๆ และเราก็เห็นว่าไม่เสียหายถ้าหากว่าเราทำธุรกิจนี้ไม่ประสบความสำเร็จ เราก็สามารถไปหาทำงานอย่างอื่นได้เพราะเรายังอายุแค่นี้เอง แต่ถ้าเราโชคดีมากๆ เกิดเราทำธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จด้วยอายุที่ยังน้อยอยู่มันจะเป็นยังไง แต่สิ่งที่เป็นตัวตัดสินใจที่สำคัญที่สุดก็คือการเปลี่บนแปลงในเรื่องของเงินเพราะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราทั้งชีวิตจากการเป็นนักศึกษาหรือเด็กธรรมดาๆ คนหนึ่งมาเป็นเจ้าของธุรกิจได้ ในขณะนั้นเราทำงานที่บริษัทนี้ได้เพียงแคสามเดือน จึงได้ตัดสินใจลาออก และท่านก็ได้ชวนให้มาทำงานที่ศูนย์ความงามของท่านในฐานะของลูกจ้าง ซึ่งท่านเปิดศูนย์ความงามแห่งใหม่อยู่ที่พัทยา จังได้เข้ามาทำงานที่นี่ในวันที่ 1 มกราคม 2554 โดยที่ตอนนั้นเรายังไม่มีความรู้อะไรเลยนอกจากคิดว่าสินค้าที่เราใช้ดีและหน้าเราสวยแค่นั้นเอง เราจึงต้องมาเริ่มใหม่ทั้งหมด ที่นี้เป็นก้าวแรกที่เข้ามาสัมผัสกับชีวิตครอบครัวคังเซนฯ เต็มตัว ความคิดตอนนั้นต้องการแค่อยากมีีชีวิตที่ไม่ต้องอยู่ในกรอบ อยากมีอิสระ ไม่ต้องทนเป็นลูกจ้างที่ใช้เงินแบบเดือนชนเดือนและที่สำคัญอยากรู้ว่าอาชีพประเภทนี้มีรายได้เป็นแสนๆ จริงหรือเป็นเพียงแค่สิ่งโกหก และท่านทั้งสองก็บอกว่า ถ้าเราสร้างองค์กรได้และอยู่กับท่านสองปี ท่านก็จะยกศูนย์ความงามแห่งนี้ให้กับเราบวกกับเป้าหมายที่เราวางไว้ อยากเห็นเงินแสนเข้ามาในบัญชีภายในสองปี ทำให้เราตั้งในทำและบอกกับตัวเองว่าเราต้องทำให้ได้และตอนนั้น เราก็คิดว่าวันที่เราประสบความสำเร็จในตำแหน่ง CSD เราจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในตำแหน่งนี้ที่อายุน้อยที่สุดเพื่อล้มแชมป์เก่าอย่าง CDS ธีระยุทธ-บุตรี สุริยะ เพราะท่านสอนมาว่าสถิติมีไว้ทำลายสุดท้ายเราก็ทำได้เพราะตอนที่ขึ้นตำแหน่งนี้เรามีอายุเพียง 26 ปี 11 เดือน และเป็นของขวัญวันเกิดที่วิเศษที่สุดสำหรับปีนี้และชีวิตของเรา
     
    วิธีการทำงานสู่ความสำเร็จ
    แนวทางในการทำงานที่ยึดถือเป็นแบบอย่างที่ดีมาตลอดก็คือ การทำงานตามผู้นำที่ประสบความสำเร็จ เรียนรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา เรียนรู้ซ้ำๆ เพื่อให้เกิดทักษะความเข้าใจความชำนาญในเรื่องที่เราทำ การแบ่งกลุ่มลูกค้าแย่างชัดเจน คือ กลุ่มผู้บริโภค กลุ่มทำธุรกิจ บริหารงานแต่ละกลุ่มให้เหมาะสมและหลักที่สำคัญที่สุดคือการทำงานเป็นทีมและสร้างความสามัคคีในทีมงาน คอยให้กำลังใจกันเสมอๆ  คนเราสามารถทำงานคนเดียวได้แต่มันไม่ยิ่งหใญ่ เมื่อพวกเราเจอปัญหาเราก็จะช่วยกันแก้ไขและปรึกษาผู้นำเพื่อที่จะหาวิธีแก้ปัญหาหรือหาทางออกที่ดีที่สุด และทุกคนในองค์กรก็เปรียบเสมือนพี่น้องครอบครัวเดียวกัน หนักนิดเบาหน่อยเราก็ให้อภัยซึ่งกันและกัน เพราะไม่มีใครถูกที่สุดและผิดที่สุด แต่เราจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อเราก้าวเดินไปพร้อมๆ กันหลังจากที่เข้ามาทำธุรกิจคังเซนฯ ทำให้เด็กผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง ณ ตอนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตที่มีทุกๆ ด้าน ได้ทุกๆ อย่างที่คนอื่นใฝ่ฝันซึ่งอายุแค่ 26 ปี 11 เดือน ไม่มีอะไรแตกต่างจากคนอื่นเพราะมีแค่หนึ่งสมอง สองมือ กล้าที่จำทำความฝันอันยิ่งใหญ่ของตัวเองให้สำเร็จ เพราะธุรกิจนี้สามารถทำให้เด็กธรรมดาอย่างดิฉันมีรายได้หกหลักต่อเดือนและมีบ้านเป็นอาคารพาณิชย์ราคา 4,500,000 บาท ซึ่งได้ทำการเปิดศูนย์ ATC ด้วย และมีรถยนต์ Honda Civic ราคา 910,000 บาท และได้ท่องเที่ยวต่างประเทศไปกับกองทุนของบริษัทไม่ว่าจะเป็น ประเทศฝรั่งเศส เบลเยี่ยม เนเธอแลนด์ เยอรมัน จีน (เซี่ยงไฮ , เซินเจิ้น) ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน ถ้าดิฉันไม่ได้เข้ามาทำธุรกิจที่แสนจะพิเศษที่ชื่อว่า บ.คังเซนฯ คงไม่ได้รับสิ่งดีๆ เหล่านี้แน่นอนวิธีการทำธุรกิจเครือข่าย แบบเดิมคือ 1.สมัครและใช้สินค้า 2.แนะนำผู้อื่นใช้เหมือนเรา 3.ให้แนวทางการทำธุรกิจ 4.การเรียนรู้และเข้าอบรม แต่ธุรกิจแบบนี้เราไม่สามารถบังคับใครให้ทำงานได้ และนอกเหนือไปจากนี้บางคนอาจทำเพียงแค่เป็นอาชีพเสริม ไม่มีความรู้ความสามารถที่จะให้คำแนะนำแก่สมาชิกภายในองค์กรได้ตลอดเวลา เพราะเรารู้ว่าคนใหม่ๆ ที่เริ่มทำธุรกิจโดยทั่วๆ ไป จะมีความรู้สึกตื่นเต้น มีความฝันและจินตนาการที่สวยงาม และคนส่วนใหญ่จะเริ่มออกทำงานทันที โดยที่ตัวเองยังไม่มีความรู้ บางครั้งเราก็ไม่สามารถให้คำแนะนำให้แก่สมาชิกได้อย่างชัดเจน เลยทำให้สมาชิกภายใต้สายงานทำงานแบบไม่มีแนวทางการทำงานจนเกิดปัญหาท้อแท้และเลิกทำในที่สุด และด้วยปัญหาที่มีทั้งหลายนี้ทำให้องค์กรของเรา True Future Group ร่วมกันสร้างระบบที่มีชื่อว่า True Future System ซึ่งเป็นระบบที่มาจากการระดมสมองของผู้ที่ประสบความสำเร็จในองค์กร ทำให้ทุกๆ คนที่ต้องประสบความสำเร็จนำไปใช้ได้ง่าย และนำแก้ปัญหาที่พวกเราได้เจอมา 
    ถ้าองค์กรใดได้เรียนรู้และถ่ายทอดจากคนเก่าไปสู่คนใหม่ๆ โดยมีระบบที่ดี และนำระบบมาใช้อย่างมีระเบียบ คือการทำงานให้เหมือนๆ กับคนเก่าๆ สู่คนใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ เวลา เพราะการทำธุรกิจเครือข่ายเราไม่สามารถเห็นผลตอบแทนหรือ income ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วได้ แต่ถึงแม้ระบบจะดีแค่ไหนถ้าเราไม่มี 3 ข้อนี้คือ 
    ข้อแรก ตั้งเป้าหมาย ข้อสอง วางแผน ข้อสาม ลงมือทำเราก็จะไม่มีคำว่า "ประสบความสำเร็จ" แน่นอนค่ะ ซึ่งปัจจุบันในองค์กรของ Ture Future Group ได้พิสูจน์แล้ว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จภายในองค์กรมีอายุเฉลี่ย 25-35 ปี
     
    วางแผนอย่างไรกับธุรกิจคังเซนฯ
    ปัจจุบันดิฉันทำธุรกิจคังเซนฯ เป็นอาชีพหลักและทำแค่อาชีพเดียว!!! ไม่ต้องกังวลกับเรื่องเศรษฐกิจเพราะปัจจัยเหล่านี้ไม่มีผลกระทบต่ออาชีพที่เราทำอยู่ เพราะดิฉันเชื่อว่าตลาดทางด้านความงามกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน (Women and beauty is a counterpart) เพราะผู้หญิงไม่เคยหยุดสวย และเรายังมีเวลาให้กับตัวเองหรือคนรอบข้างมากขึ้น โดยเฉพาะกับคนที่เรารักที่สุดคือ พ่อกับแม่ ที่อยากมีเวลาอยู่กับท่านมากที่สุด และที่สำคัญเราจะช่วยเหลือสมาชิกในองค์กรที่มีความฝันเหมือนกับเราให้ประสบความสำเร็จไปพร้อมๆ กับเราโดยใช้ระบบอย่าง True Future System เป็นระบบที่สร้างเศรษฐีเงินล้านจากเงินลงทุนเริ่มต้นเพียงแค่หลักร้อยเท่านั้น และสร้างด้วยใจว่าพวกเราจะก้าวไปด้วยกัน
     
    ขอบคุณบริษัทคังเซน-เคนโกฯ
    สิ่งที่ได้รับจากการให้โอกาสตัวเองในวันนั้นการทำงานด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ อดทนในการทำธุรกิจ คืออิสระทางการเงิน อิสระทางเวลา มีความมั่นคงในชีวิต มิตรภาพที่ดีของทีมงาน True Future Group ทุกๆ ท่านดิฉันขอบพระคุณบริษัทคังเซนฯ ขอบคุณท่านผู้บริหารที่สร้างบริษัทขายตรงที่ดีและสร้างโอกาสให้กับคนไทยอีกหลายๆ คนให้มีฐานะความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้น และทำให้คังเซนฯ เป็นบ้านอีกหลังหนึ่งของดิฉันที่อยู่แล้วมีความสุข ความอบอุ่น เหมือนครอบครัวพวกเราเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวใหญ่ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ และพี่สาวที่น่ารัก ที่ไม่ว่าลูกหรือน้องสาวคนนี้จะทุกข์แค่ไหน จะสุขแค่ไหน ท่านก็ยังให้กำลังใจ คำปรึกษา ให้การช่วยเหลือ และคอยอยู่เคียงข้างเสมอมา ขอบคุณท่าน CSD ธีระยุทธ - บุตรี สุริยะ ที่ได้หยิบยื่นโอกาสทางธุรกิจและคอยแนะนำแต่สิ่งที่ดีๆ เสมอมาไม่ว่าจะนานแค่ไหนพี่ๆ ทั้งสองคนก็ยังเป็นคนที่น่ารัก คอยห่วงใยน้องๆ เสมอ ไม่ว่าเราจะสุขหรือว่าเราจะทุกข์แราก็ยังไม่เคยทิ้งกันเพราะพวกเราจะคอยบอกกันเสมอว่า"เราจะก้าวไปด้วยกัน (All Together) และพวกเราจะก้าวไปพร้อมๆ กัน"ขอบคุณสมาชิกภายใต้สายงานและในทีมงาน True Future Group ทุกคนที่เป็นชิ้นส่วนสำคัญในการประกอบความสำเร็จในการทำงานของดิฉันขึ้นมาได้อย่างสวยงาม ดิฉันไม่สามารถขาดชิ้นใดชิ้นหนึ่งได้ เวลาทำงานอาจมีบ้างที่เรามีปัญหาเพราะเราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าการทำงานทุกอย่างจะปูพรมแดงให้เราเดินได้อย่างสะดวกสบายหรือเส้นทางที่เราเดินอยู่จะโรยด้วยกลีบดอกไม้ที่สดใสหอมหวาน..เสมอไป หนักนิดเบาหน่อยเราก็ให้อภัยกันได้ เพราะการทำงานร่วมกันย่อมมีปัญหา ข้อผิดพลาด ซึ่งเราก็ให้อภัยกันได้ทุกครั้ง ขอบคุณที่ร่วมเคียงข้าง ขอบคุณที่คอยแนะนำตักเตือนและเดินไปพร้อมๆ กัน..
     
    ฝากอะไรกับบุคคลที่ยังไม่ได้เข้ามาทำธุรกิจขายตรง และบุคคลที่ทำคังเซนฯ ณ ปัจจุบัน
    ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จต้องกล้าที่จะ "เปลี่ยนแปลงตัวเอง" เพราะคนที่ประสบความสำเร็จแตกต่างกับคนอื่นก็ตรงที่ "ความคิด" เพราะเขายอมทำในสิ่งที่คนอื่นไม่อยากทำ และการเปิดโอกาสให้กับตัวเองได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และสิ่งที่ตัวเองยังไม่เคยสัมผัส อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธเพราะนั่นอาจเป็นโอกาสเดียว ของเราก็ได้ เพราะว่าดิฉันก็เป็นคนหนึ่งที่เคยปล่อยโอกาสการสัมผัสเงินแสนช้าไปถึง 4 ปี เพราะว่าเป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์อย่างเดียว แต่ก็ยังโชคดีที่มีโอกาสเข้ามาอีกครั้งแต่ใครละค่ะที่จะมีโอกาสดีๆ แบบนี้เหมือนดิฉันโอกาสดีๆ ไม่ได้มีมาบ่อยๆ เพราะถ้า ณ. วันนั้นฉันยังทำงานในบริษัทอยู่ สิ้นเดือนมาดิฉันคงได้รับแบงค์พันแค่ 7-10 ใบ ไม่มีโอกาสแม้แต่จะคิดไปเที่ยวต่างประเทศ แต่ ณ วันนี้ฉันเลือกแล้วค่ะว่า ดิฉันเลือกที่จะรับแบงค์พันเป็น 100 ใบ 200 ใบ ที่บริษัทแสนวิเศษแห่งนี้ "บริษัทคังเซน -เคนโก อินเตอร์ เนชั่นแนล" ค่ะ
     

    คติพจน์

    ไม่มีคำว่าแพ้หากว่าเราได้เริ่ม