กลับ
เมนู

    ผู้ประสบความสำเร็จ

  • คุณพลอยจรัส  สถิตวิทยานันท์ผู้ประสบความสำเร็จกับคังเซน
  • คุณพลอยจรัส สถิตวิทยานันท์

    เส้นทางชีวิต พลอยจรัส สถิตวิทยานันท์
     
    ดิฉัน เกิดที่ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน ดิฉันเป็นบุตรสาว คนกลาง เกิดในครอบครัวที่พ่อแม่ค้าขาย คุณยายสอนให้ดิฉันรู้จักค้าขายตั้งแต่อยู่ชั้นประถมศึกษา ดิฉันจึงคุ้นเคยกับงานขายและรู้สึกชอบงานขายมาตั้งแต่เล็ก
     
    ในขณะที่ดิฉันเรียนรู้ระดับมหาวิทยาลัย ที่ ม.ขอนแก่น ดิฉันได้รู้จักกับธุรกิจขายตรงของบริษัท หนึ่งมาจากอเมริกา ดิฉันจึงตัดสินใจสมัครทำธุรกิจอย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นจะต้องคิดอะไร เพราะชอบงานขายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขาให้เข้าประชุมที่ไหนดิฉันไม่เคยเกี่ยง ฟังการ motivate จากผู้ประสบความสำเร็จนับร้อยครั้ง พันครั้ง ยิ่งทำให้ดิฉันรักงานขาย และชอบทำธุรกิจขายตรงมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยแต่ดิฉันยังไม่สามารถนำพาตนเองให้ประสบความสำเร็จได้ เนื่องจากระบบธุรกิจไม่เอื้ออำนวย ทำให้ความฝันที่คิดไว้ต้องพับเก็บไว้ตรงนั้น ได้แต่คิดว่าจะทำธุรกิจอะไรให้ประสบความสำเร็จ และรอคอยอย่างมีความหวัง
     
    หลังเรียนจบ ดิฉันสอบบรรจุเข้ารับราชการครูได้ที่ จ.กาฬสินธุ์ ทำงานหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว และแบกรับหนี้สินที่ไม่ได้เป็นคนก่อ หลังบรรจุดิฉันก็เป็นหนี้สหกรณ์ทันที เงินเดือนติดลบทุกเดือน บางวันมีเงินในกระเป๋าเพียง 10 บาท จึงหาทางต่อสู้ดิ้นรน ไปอาศัยกบเพื่อนบ้างคนรู้จักบ้าง งานสุจริตอะไรทำหมด ทำทุกอย่าง กระทั่งล้างจานเพื่อแลกกับอาหารบางมื้อ, รับจ้างนวดแผนโบราณ, รับสอนพิเศษ ร.ร.พระปริยัติธรรม ที่วัดตั้งแต่ 17.00-20.00 ได้ค่าสอนชั่วโมงละ 50 บาท ดิฉันก็ทำ เพราะภาระหนี้สินท่วมตัว กลับมาถึงบ้านได้แต่นอนร้องไห้เอามือก่ายหน้าผาก สงสารตัวเองเหลือเกิน ได้แต่คิดว่าเมื่อไรจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ได้แต่คิดและภาวนาขอให้เจอคนดี ให้เจอแต่สิ่งที่ดีที่จะนำพาชีวิตของดิฉันให้ดีขึ้นกว่านี้
     
    เหมือนฟ้าประทานได้อย่างใจคิด เมื่อดิฉันได้มีโอกาสเจอกับแม่ทีมเก่าที่เคยแนะนำให้รู้จักกับธุรกิจขายตรง ครั้งแรก คือ อาจารย์วรเศรษฐ์ เรืองจิต และท่าน CSD พีรศักดิ์ เรืองจิต ได้แนะนำให้ดิฉันรู้จักกับธุรกิจคังเซนฯ โดยเริ่มจากแนะนำแผนการตลาดให้ฟัง ซึ่งดิฉันไม่รู้หรอกว่าธุรกิจนี้ดีจริงหรือไม่ แต่ดิฉันก็ตัดสินใจสมัครทันทีเพราะเกรงใจแม่ทีม ท่านให้กำลังใจดิฉันเสมอมา มีประชุมที่ไหน อบรมที่ไหนดิฉันไปตามที่ท่านแนะนำทุกที่ที่สามารถไปได้ เพราะธุรกิจขายตรงจะสอนเสมอว่า ให้เชื่อแม่ทีม,ศรัทธาแม่ทีม
     
    บนเส้นทางธุรกิจคังเซนฯ
     
    ดิฉันเริ่มทำธุรกิจคังเซน-เคนโกฯ ในปี พ.ศ.2541 ในช่วง 3 ปีแรก ดิฉันไม่มีลูกทีมเลยสักคนเดียว ชวนใครก็ไม่มีคนสมัคร แต่ดิฉันก็ไม่ท้อ เข้าร่วมประชุมฟังการ motivate เพื่อสร้างกำลังใจให้ตัวเองตลอด เพราะคนสำเร็จไม่เคยทิ้งการประชุม ดิฉันเริ่มทำธุรกิจด้วยพาหนะที่เป็นจักรยานยนต์คันเก่าๆ ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย จนกระทั่งปี พ.ศ.2544 ประสบความสำเร็จก้าวสู่ตำแหน่ง PSM อย่างภาคภูมิใจ
     
    ในปี พ.ศ.2545 ดิฉันแต่งงานมีครอบครัว มีบุตรสาว 2 คน ต้องการมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขสมบูรณ์เหมือนคนทั่วไป แต่กาลกลับไม่เป็นเช่นนั้นเมื่อสามีไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับในการทำธุรกิจ คังเซนฯ ทำให้ดิฉันถูกต่อต้านจากสามีมาโดยตลอด ขณะเดียวกันบุตรสาวคนที่สองก็ต้องมาป่วยด้วยโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงอีก เหมือนคลื่นความทุกข์ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง แม้จะไม่อยากอยู่กับมันแต่ก็ต้องยอมรับ ทำใจ และเข้มแข็ง ในสภาพที่เหมือนคนตายทั้งเป็น กำลังใจในขณะนั้นคือพ่อแม่ และลูกสาว พวกเขาคือแรงบันดาลใจให้เรามีแรงสู้ต่อ ดิฉันสร้างกำลังใจให้ตนเองว่าเราจะต้องชนะให้ได้ ไม่ท้อถอยต่อปัญหาทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิต เมื่อเราเข้มแข็งแล้วเราก็จะสามารถต่อสู้ และถ่ายทอดความรู้ความสามารถให้กับลูกทีม ทำให้คนในองค์กรเชื่อมั่นในบริษัท, สินค้า, ธุรกิจ และเชื่อมั่นในตัวเองว่าต้องสำเร็จ
     
    10 ปี ในการทำธุรกิจคังเซนฯ จนก้าวสู่ตำแหน่ง CSD ดิฉันคิดว่ามันไม่ช้าหรือนานเกินไปกับการรอคอยความสำเร็จ ในที่สุดความฝันที่ดิฉันวิ่งตามหามันมาตลอดชีวิตก็เป็นจริง ดิฉันมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดิฉันได้รับกองทุนท่องเที่ยวต่างประเทศทุกปี ได้รับกองทุนบ้านและรถยนต์ ขณะนี้ดิฉันมีรถยนต์ 3 คัน ได้กองทุนการศึกษาบุตรและธิดา ได้รับโบนัสประจำเดือนกว่า 200,000 บาทต่อเดือน เป็น CSD ในขณะที่ยังเป็นครูอยู่ และดิฉันก็จะเกษียณตัวเองภายในอีกไม่นานนี้
     
    การที่ดิฉันเดินทางมาสู่จุดนี้ได้ เพราะดิฉันสามารถอดทนต่อแรงถูกบีบคั้น แรงกดดันจากคนรอบข้าง และคนใกล้ตัว ยิ่งกดดันให้ดิฉันจมมากเท่าไร มันยิ่งมีแรงดีดมากเท่านั้น ในเมื่อดิฉันทำได้ คุณก็ต้องทำได้ แล้วพบกันที่ Crown Star Director
     

    คติพจน์

    ชนะตัวเองให้ได้ทุกวันเชื่อแม่ทีม ศรัทธาแม่ทีม